top of page
Back

Regenera Activa Program

เทคโนโลยีจากอิตาลี ที่ใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากหนังศีรษะของคุณเอง เพื่อฟื้นฟูในระดับที่ลึกกว่าและนานกว่า


สรุปความโดดเด่นของโปรแกรม Micrograft

  • Progenitor Cell Technology   ใช้เซลล์ต้นกำเนิดและ growth factor จากหนังศีรษะโดยตรง ฟื้นฟูในระดับเซลล์ที่ลึกกว่า PRP

  • ทำครั้งเดียว ผลนาน 1 ถึง 3 ปี   ต่างจาก PRP ที่ต้องทำบ่อย Micrograft ให้ผลที่ยาวนานกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

  • เทคโนโลยีได้รับการรับรองมาตรฐาน CE จากยุโรป   อุปกรณ์ Micrograft ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและใช้แพร่หลายในยุโรปและทั่วโลก

  • อัตราความสำเร็จ 80 ถึง 90%   งานวิจัยทางคลินิกรายงานว่า 80 ถึง 90% ของผู้รับบริการมีความหนาแน่นของผมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • ใช้เวลาเพียง 1 ถึง 2 ชั่วโมง   ทำในคลินิก ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล กลับทำกิจวัตรได้ทันที


หลักการและกลไกของการรักษา


Micrograft คือการนำศักยภาพของเซลล์ที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่แค่สารเคมีที่สกัดมา ไปวางไว้ในบริเวณที่รากผมต้องการการซ่อมแซม


Micrograft เป็นเทคโนโลยีการแพทย์จากอิตาลี ที่ใช้หลักการ Autologous Micrografting โดยแพทย์จะเก็บเนื้อเยื่อหนังศีรษะของผู้รับบริการในปริมาณเล็กน้อยมาก ประมาณ 2 ถึง 2.5 มม. จำนวน 3 จุด จากนั้นนำเข้าเครื่อง Micrograft เพื่อสกัด Progenitor Cells, Stem Cells และ Growth Factors ที่มีชีวิตออกมา


สารที่ได้จะถูกฉีดกลับเข้าบริเวณที่ผมบางหรือร่วง เซลล์เหล่านี้กระตุ้นการซ่อมแซม follicle ที่เสียหาย ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด และฟื้นฟูรากผมที่หยุดทำงานให้กลับมางอกได้อีกครั้ง ความแตกต่างจาก PRP อยู่ที่การใช้ เซลล์ที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่เพียง growth factor จากเลือด ทำให้การซ่อมแซมลึกกว่าและผลนานกว่า



ขั้นตอนการรักษา

  1. พบแพทย์เพื่อประเมินระดับผมร่วงและตรวจ trichoscopy อย่างละเอียด

  2. ฉีดยาชาบริเวณ donor area ใต้ท้ายทอย

  3. เก็บ micro-biopsy ขนาด 2 ถึง 2.5 มม. จำนวน 3 จุด

  4. นำเนื้อเยื่อเข้าเครื่อง Micrograft เพื่อสกัด Progenitor Cells

  5. ฉีดยาชาบริเวณที่จะรักษา

  6. ฉีด Micrograft เข้าหนังศีรษะบริเวณที่ผมบาง

  7. กลับบ้านได้ทันที ผลเริ่มปรากฏใน 1 ถึง 3 เดือน และดีที่สุดใน 6 ถึง 12 เดือน


ผู้ที่เหมาะสมกับโปรแกรมนี้

  • ผู้ที่มีผมบางระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และยังมี follicle เหลืออยู่

  • ผู้ที่ต้องการชะลอ ป้องกัน และฟื้นฟูผมร่วงจากพันธุกรรมอย่างยั่งยืน

  • ผู้ที่ต้องการทางเลือกที่ยาวนานกว่า PRP และต้องการทำน้อยครั้งกว่า

  • ผู้ที่ทำปลูกผมไปแล้วและต้องการเสริมผมเดิมที่เหลืออยู่ให้หนาแน่นขึ้น

  • ผู้ที่มี Alopecia Areata ในระยะที่ไม่รุนแรง


ผู้ที่ควรพิจารณาทางเลือกอื่น

  • ผู้ที่ผมร่วงจนล้านสนิทและ follicle ถูกทำลายหมดแล้ว ซึ่งต้องพิจารณาการปลูกผม

  • ผู้ที่มีโรค Scarring Alopecia ที่หนังศีรษะมีแผลเป็นทำลาย follicle ถาวร

  • ผู้ป่วยมะเร็งหรืออยู่ระหว่างรับเคมีบำบัด

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร


เหตุใดจึงควรไว้วางใจ Hairscension


ความแตกต่างที่แท้จริงมิได้อยู่ที่เครื่องมือหรือเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และวิธีคิดของแพทย์ผู้รักษา

  • เครื่อง Micrograft ของแท้จากผู้ผลิต  เราใช้เครื่อง Micrograft ของแท้จากอิตาลีที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ไม่ใช่อุปกรณ์ลอกเลียนแบบที่มีในตลาด ความแตกต่างของเครื่องมือส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของ Progenitor Cells ที่ได้

  • แพทย์ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง  แพทย์ผ่านการรับรองการใช้ Micrograft อย่างเป็นทางการ มีความเข้าใจในกลไกระดับเซลล์และเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง

  • ติดตามผลด้วย Trichoscopy  ตรวจหนังศีรษะด้วย Dermoscopy และ Trichoscopy ก่อนและหลังการรักษา เพื่อวัดผลลัพธ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์


คำถามที่พบบ่อย


Micrograft ต่างจาก PRP อย่างไร และดีกว่าหรือไม่

PRP ใช้ growth factor จากเกล็ดเลือดในเลือด ส่วน Micrograft ใช้ Progenitor Cells ที่ยังมีชีวิตจากหนังศีรษะโดยตรง ซึ่งมีความสามารถในการซ่อมแซม follicle ในระดับที่ลึกกว่า ผลนานกว่า และทำน้อยกว่า ประมาณปีละครั้ง เทียบกับ PRP ที่ต้องทำทุก 4 ถึง 6 เดือน ไม่ได้หมายความว่าอย่างใดดีกว่า แต่เหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกัน


การรักษาด้วย Micrograft เจ็บปวดมากเพียงใด

เจ็บน้อยมาก ใช้ยาชาก่อนทำทั้งบริเวณเก็บตัวอย่างและบริเวณฉีด รอยของ micro-biopsy เล็กมาก ขนาด 2 ถึง 2.5 มม. หายภายใน 3 ถึง 5 วัน ไม่ต้องเย็บ


ผลของ Micrograft คงอยู่นานเพียงใด

ข้อมูลทางคลินิกรายงานว่าผลคงอยู่ได้ 1 ถึง 3 ปีในกรณีส่วนใหญ่ เนื่องจาก Progenitor Cells ที่ฉีดเข้าไปยังคงทำงานกระตุ้น follicle ต่อเนื่อง แนะนำทำซ้ำปีละครั้งหรือเมื่อเริ่มสังเกตว่าผมบางลงอีกครั้ง


ผลจะเริ่มปรากฏเมื่อใด

ผู้รับบริการส่วนใหญ่เริ่มสังเกตเห็นผมร่วงลดลงภายใน 1 ถึง 2 เดือนแรก ผมหนาขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนที่ 3 ถึง 6 และผลลัพธ์สมบูรณ์ที่สุดมักอยู่ที่เดือนที่ 9 ถึง 12


สามารถทำ Micrograft พร้อมกับการปลูกผมได้หรือไม่

ได้ และมักแนะนำให้ทำร่วมกัน เนื่องจาก Micrograft ช่วยเพิ่ม Graft Survival Rate และกระตุ้น follicle เดิมที่ยังเหลืออยู่ให้หนาขึ้นพร้อมๆ กัน แพทย์จะวางแผน timing ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

Frequently Asked Questions

How does micrografting differ from PRP, and is it better?

PRP uses growth factors from platelets in the blood, while micrografting uses living progenitor cells directly from the scalp. This allows for deeper follicle repair, longer-lasting results, and requires fewer treatments—approximately once a year compared to PRP which needs to be done every 4 to 6 months. This doesn't mean one is better than the other, but rather that they are suitable for different situations.

How painful is micrograft treatment?

It's minimally painful. Local anesthetic is used before the procedure for both the sample collection and injection sites. The micro-biopsy scar is very small, only 2 to 2.5 mm, and heals within 3 to 5 days. No stitches are needed.

How long do the effects of a micrograft last?

Clinical data reports that results last 1 to 3 years in most cases, as the injected progenitor cells continue to stimulate follicle growth. Repeat treatment is recommended annually or when hair thinning is noticed again.

When will the results start to appear?

Most clients begin to notice a reduction in hair loss within the first 1 to 2 months, significant hair thickening occurs by months 3 to 6, and the most complete results are usually seen by months 9 to 12.

Is it possible to do micrografting at the same time as hair transplantation?

Yes, and it's often recommended to do them together, as micrografting increases the graft survival rate and stimulates the remaining existing follicle to thicken simultaneously. Your doctor will plan the most suitable timing for you.

bottom of page