top of page
BG Hair web-04.jpg

FUT (Follicular Unit Transplantation)

Skeen.jpg

ปลูก Graft จำนวนสูงสุดในครั้งเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการ coverage ในระดับที่กว้างที่สุด

สรุปความโดดเด่นของเทคโนโลยี FUT

  • จำนวน Graft สูงสุดต่อครั้ง ปลูกได้ตั้งแต่ 3,000 จนถึงมากกว่า 6,000 grafts ในการทำครั้งเดียว

  • คุ้มค่าต่อ Graft มากที่สุด ราคาต่อ graft ต่ำกว่า FUE เมื่อต้องการจำนวนมาก

  • Graft คุณภาพสม่ำเสมอ การแบ่ง graft ใต้กล้องจุลทรรศน์ให้ graft ที่สมบูรณ์ทุกหน่วย

  • ประหยัดเวลาในหัตถการ ดึง graft จำนวนมากได้เร็วกว่า FUE เมื่อต้องการ coverage สูงในครั้งเดียว

หลักการและกลไกของการรักษา​

 

FUT คือเทคนิคคลาสสิกที่ยังคงยืนหยัดในฐานะตัวเลือกสูงสุดสำหรับผู้ที่ต้องการ graft จำนวนมากในการรักษาครั้งเดียว​

 

FUT หรือ Follicular Unit Transplantation ที่บางครั้งเรียกว่า Strip Method คือเทคนิคที่แพทย์ผ่าตัดตัดผิวหนังแถบแนวนอนจากบริเวณ donor area ออกมา 1 แถบ จากนั้นทีมผู้เชี่ยวชาญจะแบ่ง strip ดังกล่าวออกเป็น graft แต่ละหน่วยภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ก่อนนำไปปลูกในบริเวณที่ผมบางหรือล้าน​

 

ข้อได้เปรียบหลักของ FUT คือความสามารถในการดึง graft ได้มากที่สุดในครั้งเดียว ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผมร่วงในระดับรุนแรงและต้องการผลลัพธ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างที่สุด แผลเส้นที่ท้ายทอยซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเทคนิคนี้สามารถซ่อนได้อย่างสมบูรณ์ด้วยผมยาวปกคลุม

ขั้นตอนการรักษา

  1. พบแพทย์เพื่อวางแผนจำนวน graft และออกแบบ hairline

  2. โกนผมบริเวณ donor area ฉีดยาชาเฉพาะที่

  3. แพทย์ผ่าตัดตัด strip ผิวหนังบริเวณท้ายทอยแนวนอน

  4. เย็บปิดแผล donor area ด้วยเทคนิค Trichophytic Closure เพื่อให้รอยเล็กที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

  5. ทีมผู้เชี่ยวชาญแบ่ง strip เป็น graft ภายใต้กล้องจุลทรรศน์

  6. แพทย์เปิด channel และปลูก graft ทีละหน่วยในบริเวณ recipient

  7. พักฟื้น รับยาและคำแนะนำการดูแล กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

ผู้ที่เหมาะสมกับหัตถการนี้

  • ผู้ที่มีผมร่วงในระดับรุนแรงและต้องการ graft จำนวนมาก

  • ผู้ที่ต้องการ coverage ในพื้นที่กว้างที่สุดในการทำครั้งเดียว

  • ผู้ที่ไม่มีปัญหากับการมีแผลเส้นที่ท้ายทอย เนื่องจากสามารถปิดด้วยผมยาวได้

  • ผู้ที่เคยทำ FUE มาแล้วและ donor area ลดลง ต้องการ graft เพิ่มเติม

ผู้ที่ควรพิจารณาทางเลือกอื่น

  • ผู้ที่ไม่ต้องการให้มีแผลเส้นใดๆ ซึ่ง FUE เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

  • ผู้ที่ชื่นชอบการตัดผมสั้นมาก เนื่องจากแผลเส้นอาจมองเห็นได้เมื่อผมสั้นเกินไป

  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นชนิด keloid หรือ hypertrophic scar

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร

เหตุใดจึงควรไว้วางใจ HairScension

 

ความแตกต่างที่แท้จริงมิได้อยู่ที่เครื่องมือหรือเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และวิธีคิดของแพทย์ผู้รักษา

  • Trichophytic Closure ที่แม่นยำ แพทย์ใช้เทคนิคการเย็บปิดแผลเฉพาะทางที่ช่วยให้ผมงอกทับขอบแผลเป็น
    ทำให้รอยแผลเล็กที่สุดและซ่อนได้ดีที่สุด

  • Microscopic Graft Dissection ทีมผู้เชี่ยวชาญแบ่งกราฟภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ทุกกราฟที่ได้มีความสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการปลูก

  • การวางแผนระยะยาวอย่างรอบคอบ แพทย์ประเมิน donor capacity โดยรวม และวางแผนการใช้ทรัพยากรผมอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตลอดช่วงชีวิต

คำถามที่พบบ่อย

แผลเส้นหลัง FUT มองเห็นได้แค่ไหน?

แผล FUT เป็นเส้นแนวนอนบริเวณท้ายทอย เมื่อผมยาว 2 ถึง 3 เซนติเมตรขึ้นไปจะซ่อนแผลได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเทคนิค Trichophytic Closure ที่เราใช้ ผมจะงอกทับขอบแผลทำให้รอยบางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

FUT และ FUE เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตนเอง?

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกคน FUT เหมาะกับผู้ที่ต้องการ graft จำนวนมากและยอมรับแผลเส้นได้ FUE เหมาะกับผู้ที่ต้องการผมสั้นหรือต้องการลดรอยเป็นให้น้อยที่สุด แพทย์จะประเมินและแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณในการปรึกษา

การฟื้นตัวหลัง FUT ใช้เวลานานเพียงใด?

แผลบริเวณ donor มักหายภายใน 10 ถึง 14 วัน ไหมละลายได้เอง บางรายอาจรู้สึกตึงบริเวณท้ายทอย 1 ถึง 2 สัปดาห์ กลับทำงานเบาๆ ได้ใน 5 ถึง 7 วัน งานที่ต้องออกแรงหนักหรือกีฬาควรรอ 3 ถึง 4 สัปดาห์

ทำ FUT ไปแล้ว ยังสามารถทำ FUE เพิ่มในอนาคตได้หรือไม่?

ได้ ผู้ป่วยบางท่านเริ่มต้นด้วย FUT เพื่อ graft จำนวนมาก จากนั้นทำ FUE เพิ่มเติมในภายหลังสำหรับ touch-up หรือเพิ่มความหนาแน่นเฉพาะจุด แพทย์จะวางแผน donor management ในระยะยาวตั้งแต่การพบปรึกษาครั้งแรก

FUT เจ็บปวดมากกว่า FUE หรือไม่?

ระหว่างทำไม่มีความเจ็บปวดเนื่องจากใช้ยาชา หลังทำอาจรู้สึกตึงท้ายทอยมากกว่า FUE เล็กน้อย แต่ความรู้สึกไม่สบายส่วนใหญ่หายไปภายใน 3 ถึง 5 วัน

bottom of page