
โปรแกรม Platelet-Rich Plasma (PRP)

ศักยภาพของเลือดคุณเอง แปลงเป็น Growth Factor ที่เข้มข้น เพื่อฟื้นฟูรากผมจากภายใน
สรุปความโดดเด่นของเทคโนโลยี PRP
-
ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ใช้เลือดของผู้รับบริการเองทั้งหมด ไม่มีความเสี่ยงต่อการแพ้หรือการปฏิเสธจากร่างกาย
-
Growth Factor มากกว่า 12 ชนิด Platelets ประกอบด้วย PDGF, VEGF, EGF, IGF-1 และ growth factor อีกหลายชนิด ที่กระตุ้น follicle dormant ให้กลับมางอก
-
ไม่มี Downtime ทำเสร็จใน 30 ถึง 60 นาที กลับทำกิจวัตรประจำวันได้ทันที
-
เสริมประสิทธิภาพหัตถการอื่น ทำร่วมกับการปลูกผมช่วยเพิ่ม Graft Survival Rate และเร่งการงอกของผมที่ปลูก
-
ผลที่วัดได้จริง งานวิจัยทางคลินิกรายงาน hair count เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20 ถึง 30% หลังครบ course
หลักการและกลไกของการรักษา
ร่างกายของคุณมีศักยภาพในการซ่อมแซมและฟื้นฟูตนเองอยู่แล้ว PRP คือการนำศักยภาพนั้นมาขยายผลในบริเวณที่ต้องการ
PRP หรือ Platelet-Rich Plasma คือการนำเลือดของผู้รับบริการมาผ่านกระบวนการ centrifuge เพื่อแยกส่วน และสกัด plasma ที่มีความเข้มข้นของ platelets และ growth factor สูงกว่าเลือดปกติหลายเท่า จากนั้นนำ PRP ที่ได้ฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะบริเวณที่ผมบางหรือร่วง
Growth factor ใน PRP ออกฤทธิ์กระตุ้น hair follicle ที่อยู่ในระยะ telogen หรือระยะพักตัว ให้กลับเข้าสู่ระยะ anagen หรือระยะงอก ยืดอายุของวงจรการงอกผม และเพิ่มความหนาของเส้นผมอย่างเป็นระบบ เหมาะทั้งการใช้เป็นหัตถการหลักหรือการเสริมร่วมกับการปลูกผม
ขั้นตอนการรักษา
-
พบแพทย์เพื่อประเมินหนังศีรษะและวางแผนการรักษา
-
เจาะเลือดปริมาณ 15 ถึง 30 มิลลิลิตรจากแขน
-
นำเลือดเข้าเครื่อง centrifuge เพื่อแยกชั้น plasma และ platelet
-
ดึงส่วน PRP ที่มีความเข้มข้นสูงสุดออกมา
-
ฉีด PRP เข้าหนังศีรษะบริเวณที่ผมบางด้วย meso-gun หรือ syringe
-
นวดเบาๆ เพื่อกระจาย PRP ให้ทั่วบริเวณที่รักษา
-
รับคำแนะนำการดูแลหลังทำ กลับบ้านได้ทันที
ผู้ที่เหมาะสมกับโปรแกรมนี้
-
ผู้ที่ผมบางในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง และต้องการชะลอการร่วงอย่างได้ผล
-
ผู้ที่ผมร่วงจากความเครียด การเจ็บป่วย หรือหลังคลอดบุตร
-
ผู้ที่ผ่าตัดปลูกผมมาแล้วและต้องการเร่งการงอกของ graft และเพิ่มความหนา
-
ผู้ที่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด และต้องการทางเลือกที่ไม่ผ่าตัดก่อน
-
ผู้ที่ใช้ยารักษาผมร่วงอยู่แล้วและต้องการเสริมประสิทธิภาพให้มากขึ้น
ผู้ที่ควรพิจารณาทางเลือกอื่น
-
ผู้ที่ผมร่วงจนล้านสนิทและไม่มี follicle เหลืออยู่ ซึ่งต้องพิจารณาการปลูกผมแทน
-
ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือภาวะ Thrombocytopenia
-
ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดบางชนิด
-
ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัดอยู่
เหตุใดจึงควรไว้วางใจ HairScension
ความแตกต่างที่แท้จริงมิได้อยู่ที่เครื่องมือหรือเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และวิธีคิดของแพทย์ผู้รักษา
-
PRP ที่ความเข้มข้นสูงกว่ามาตรฐาน ระบบ centrifuge รุ่นล่าสุดของเราแยก platelet ได้ความเข้มข้นสูงกว่าระบบทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ growth factor ที่ได้มากขึ้น และผลลัพธ์ที่ดีขึ้นตามไปด้วย
-
ฉีดโดยแพทย์เฉพาะทางหนังศีรษะ แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้าน scalp anatomy ฉีด PRP ในระดับความลึกที่ถูกต้องสำหรับ hair follicle โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการฉีดทั่วไป
-
แผนการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล แพทย์ออกแบบ protocol จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมกับระดับผมร่วงและเป้าหมายของคุณโดยเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำ PRP กี่ครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน?
โดยทั่วไปแพทย์แนะนำ 3 ถึง 6 ครั้ง โดยเว้นระยะ 4 ถึง 6 สัปดาห์ต่อครั้ง ผลเริ่มปรากฏหลังครั้งที่ 2 ถึง 3 และชัดเจนท ี่สุดเมื่อครบ course ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน จากนั้นทำ maintenance ทุก 4 ถึง 6 เดือน
การทำ PRP เจ็บปวดมากเพียงใด และมี downtime หรือไม่?
เจ็บน้อยมาก หลังทำอาจมีรอยแดงบริเวณที่ฉีดเพียง 1 ถึง 2 ชั่วโมง กลับทำกิจวัตรประจำวันได้ทันที ล้างผมได้ในวันถัดไป
PRP ให้ผลกับผมร่วงทุกประเภทหรือไม่?
PRP ให้ผลดีที่สุดกับ Androgenetic Alopecia, Alopecia Areata และ Telogen Effluvium ประสิทธิภาพจะลดลงในกรณีที่ follicle ถูกทำลายถาวรไปแล้ว แพทย์จะประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาเสมอ
สามารถทำ PRP ควบคู่กับยารักษาผมร่วงได้หรือไม่?
ได้ และให้ผลดีกว่าการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว การรวม PRP กับ Minoxidil หรือ Finasteride ช่วยเสริมฤทธิ์กันอย่างมีประสิทธิภาพ แ พทย์จะออกแบบ protocol รวมที่เหมาะสมกับคุณ
ผลของ PRP คงอยู่นานเพียงใด?
ผล PRP ไม่ถาวรเนื่องจากสาเหตุของผมร่วงยังคงมีอยู่ ผลส่วนใหญ่คงอยู่ได้ 4 ถึง 6 เดือน จึงแนะนำทำ maintenance อย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลลัพธ์ในระยะยาว
